9 จำนวนผู้เข้าชม |
ท่ามกลางแสงไฟที่ระยิบระยับประดับองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งในค่ำคืนของเทศกาล ‘หกเป็ง’ ปี 2569 เสียงที่แว่วมาตามลมไม่ได้มีเพียงเสียงสวดมนต์หรือเสียงกลองแอวอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังมีจังหวะบีทที่สนุกสนานซึ่งเชิญชวนให้ผู้คนต้องหันมอง นี่คือชั่วขณะที่ความศรัทธาดั้งเดิมโคจรมาพบกับความรื่นเริงสมัยใหม่ในการประกวด ไลน์แดนซ์ (Line Dance) กิจกรรมที่พิสูจน์ว่า "ความสุข" นั้นไม่มีขีดจำกัดเรื่องอายุ
รันเวย์ของผู้กล้า: 15 อำเภอ 1 จังหวะหัวใจ
ในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ลานกิจกรรมวัดพระธาตุแช่แห้งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่พื้นที่ประกอบพิธีกรรม แต่ได้กลายเป็นเวทีประชันทักษะของเหล่าสตรีและชมรมผู้สูงอายุจากทั้ง 15 อำเภอทั่วจังหวัดน่าน
เราเห็นภาพกลุ่มแม่ครูและพี่น้อง อสม. ที่ปรากฏตัวในชุดพื้นเมืองน่านหรือชุดผ้าทอที่ประยุกต์มาอย่างดีเพื่อให้เข้ากับการเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวที่เคลื่อนไปพร้อมกันตามแนวเส้น (Line) คือภาพสะท้อนของความสามัคคีที่ถูกฝึกซ้อมมาอย่างดีจากแต่ละหมู่บ้าน เพื่อนำ "ของดี" จากอำเภอตัวเองมาอวดโฉมในงานบุญใหญ่ครั้งนี้
ท่วงทำนองที่ก้าวข้ามกาลเวลา
เสน่ห์ที่สุดของการประกวดครั้งนี้อยู่ที่การนำเพลงสากลตามมาตรฐานไลน์แดนซ์ มามิกซ์เข้ากับเพลงพื้นเมืองเหนือจนเกิดจังหวะใหม่ที่สนุกสนาน ในขณะที่สนามข้าง ๆ มีการประกวดจักสาน ‘ต๋าแหลว’ และการประกวดตีกลองแอว บรรยากาศโดยรอบจึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ผสมผสานกับความร่วมสมัยได้อย่างน่าอัศจรรย์
ก้าวไปด้วยกันในแบบคนน่าน: หากคุณเดินผ่านลานกิจกรรมในงานหกเป็งครั้งหน้า อย่าเพียงแค่ยืนมอง ลองขยับเท้าตามจังหวะของเหล่าแม่ครู แล้วคุณจะรู้ว่าแรงขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ที่ทรงพลังที่สุด คือแรงที่ออกมาจากรอยยิ้มและการเคลื่อนไหวที่ไม่มีวันหยุดนิ่งนั่นเอง