6 จำนวนผู้เข้าชม |
[น่าน, ประเทศไทย] – หากความภาคภูมิใจสามารถวัดได้ด้วยระยะทางและเวลา ขบวนแห่คัวตานในงาน ‘หกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง’ ประจำปี 2569 ก็คงเป็นเครื่องวัดที่เที่ยงตรงที่สุด เพราะนี่ไม่ใช่เพียงขบวนแห่ทางศาสนา แต่คือการสำแดงพลังของ ‘ต้นทุนทางวัฒนธรรม’ ที่คนน่านทั้ง 15 อำเภอร่วมกันรักษาและกลั่นกรองออกมาเป็นเวลาเดินทางกว่า 4 ชั่วโมงที่สะกดสายตาคนทั้งโลก
4 ชั่วโมงแห่งประวัติศาสตร์ที่ขยับเขยื้อนได้
ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่ได้รับการยกย่องจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นเทศกาลระดับนานาชาติ ขบวนแห่จาก 15 อำเภอได้กลายเป็นรันเวย์หัตถกรรมที่ยาวที่สุดในภาคเหนือ ทุกย่างก้าวของผู้ร่วมขบวนไม่ได้เพียงแค่มุ่งหน้าสู่พระธาตุแช่แห้ง แต่กำลังบอกเล่าเรื่องราวของงานจักสานที่ซับซ้อน ผ้าทอที่ถักร้อยด้วยวิถีชีวิต และศิลปะพื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ที่สืบทอดกันมานับร้อยปี
นี่คือคำนิยามของคำว่า Soft Power ที่ไม่ได้อยู่แค่ในตำรา แต่ปรากฏให้เห็นผ่านความหวงแหนในรากเหง้าของชาวบ้านที่พร้อมใจกัน ‘ปล่อยของ’ อย่างสุดฝีมือ เพื่อตอกย้ำว่าความคิดสร้างสรรค์ของน่านนั้นเข้มแข็งเพียงใด
'Together We Rise' บทเรียนที่คนทั้งโลกต้องอ่าน
ความสำเร็จของงานหกเป็งไม่ได้หยุดอยู่แค่ความวิจิตร แต่ยังถูกบันทึกเป็นหนึ่งใน Top 100 Stories จากองค์กรระดับโลกอย่าง Green Destinations ในหัวข้อ "Together We Rise" ซึ่งเป็นการยกย่องน่านในฐานะ ‘เมืองต้นแบบ’ ที่ใช้เทศกาลเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูทั้งเศรษฐกิจและจิตวิญญาณชุมชน
สิ่งที่ทำให้ทั่วโลกทึ่ง คือความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างคนรุ่นเก่าผู้กุมความลับของหัตถศิลป์ และคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาช่วย ‘ปัดฝุ่น’ ประเพณีให้กลายเป็นจุดขายที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เปลี่ยนงานบุญดั้งเดิมให้เป็นความยั่งยืนที่คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง
ขุมพลังของ ‘น่านเมืองสร้างสรรค์’
ในฐานะส่วนหนึ่งของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (Nan Creative City) งานหกเป็งปีนี้คือข้อพิสูจน์ว่า น่านไม่ได้เติบโตด้วยการทิ้งอดีต แต่เติบโตด้วยการ ‘กอดราก’ ให้แน่นพอที่จะผลิบานเป็นปีกสู่สากล 4 ชั่วโมงของขบวนแห่ที่ทอดยาว จึงไม่ใช่ความเหนื่อยล้า แต่คือความอิ่มเอมใจที่ได้เห็นว่ามรดกร้อยปีของบรรพบุรุษ ยังคงเป็นเข็มทิศที่นำพาเมืองน่านไปสู่อนาคตที่งดงามและยั่งยืน
เกี่ยวกับงานหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง: ประเพณีดั้งเดิมของชาวน่านที่จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 เหนือ ปัจจุบันได้รับการยกระดับเป็นเทศกาลระดับนานาชาติและเป็นแบบอย่างของการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก (Green Destinations Top 100)