10 จำนวนผู้เข้าชม |
หาก "ภาพถ่ายโบราณ" คือจดหมายเหตุที่ถูกสตัฟฟ์ไว้ด้วยกาลเวลา การนำภาพเหล่านั้นมาเป็นต้นแบบของขบวนแห่ในวันนี้ ก็คงเปรียบเสมือนการปลุกตัวละครในหน้ากระดาษให้กลับมาเดินเหินและมีรอยยิ้มอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศงานหกเป็งที่อบอวลด้วยศรัทธา
เบื้องหลังรอยยิ้ม การรื้อฟื้นต้นทุนที่เคยหลับใหล
เบื้องหลังความวิจิตรของขบวนแห่ถวายคัวตานในปีนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากจินตนาการใหม่ทั้งหมด แต่คือการทำ 'โบราณคดีผ่านเลนส์' ของทีม เดอะทรีซัคเซซ (The Tree Success) และ ทีมไบโอเวช ผู้ที่เชื่อว่าต้นทุนวัฒนธรรมเมืองน่านนั้นเข้มแข็งพอที่จะนำมาสร้างสรรค์ใหม่ได้เสมอหากเรา "อ่าน" มันออก
“แรกเริ่มพี่ไปเห็นภาพเก่าจากอาจารย์คนที่รู้จักเนี่ยแหละ แกเป็นเชื้อสายเจ้าเมืองน่าน ท่านเก็บภาพเก่าไว้เยอะมาก” หนึ่งในทีมงานเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการขุดค้นชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ “เราจึงได้นำเอามารื้อตั้งแต่ตอนทำพิธี 5 เป็งของหมู่บ้านพี่ จนขยายผลมาสู่ระดับเมืองในวันนี้”
นี่คือกระแสการ 'รื้อฟื้นสิ่งที่เคยหายไป' ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่การแต่งตัวเลียนแบบคนโบราณ แต่คือการทำงานร่วมกันระหว่าง 'ข้อมูลประวัติศาสตร์' กับ 'พลังของช่างฝีมือรุ่นใหม่' ที่ช่วยกันตีความว่าคนน่านในอดีตสื่อสารความสง่างามผ่านอะไร
“ปีนี้พี่ได้ทำขบวนของนางสาวน่าน และเราตั้งใจจะตั้งขบวนแบบโบราณทั้งหมด โดยเฉพาะการใช้ 'ต้นกุ่มแบบโบราณ' มาเป็นเรฟเฟอเรนซ์หลัก”
การหยิบเอาภาพเก่ามาเป็นเข็มทิศเช่นนี้ คือหัวใจของขบวน ที่สวยงามและสร้างสรรค์สมศักดิ์ศรีนางสาวน่าน ที่มองว่าความสร้างสรรค์ไม่ได้หมายถึงการทิ้งของเก่า แต่คือการทำให้ของเก่าขยับตัวตามยุคสมัยได้อย่างภาคภูมิใจ การรื้อฟื้นวัฒนธรรมจากระดับหมู่บ้าน สู่ระดับเมือง จึงเป็นดั่งการเชื่อมโยงสายใยของคนในพื้นที่ให้กลับมาแน่นแฟ้นอีกครั้ง
ภาพจำใหม่ในขบวนนางสาวน่าน
เมื่อขบวนของ นางสาวน่าน เริ่มเคลื่อนผ่านสายตา สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่แค่ความงามของสตรีเมืองน่าน แต่คือ 'พิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่' ที่ดูมีชีวิตชีวาที่สุด
เราเห็นนางสาวน่านในอาบภรณ์ที่ถอดรหัสมาจากภาพถ่ายขาวดำอย่างแม่นยำ ตั้งแต่การเกล้ามวยผม การประดับดอกไม้สด ไปจนถึงท่วงท่าการนั่งบนคานหามที่ดูสง่างามราวกับหลุดออกมาจากยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน รอบข้างรายล้อมด้วยขบวนแห่คัวตานที่ประดับประดาด้วย 'ต้นกุ่มแบบโบราณ' พุ่มดอกไม้หยวกกล้วยที่มีรูปทรงสอบสูงเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเคยหาดูได้ยากยิ่งในช่วงเวลาหนึ่งแต่ปัจจุบันกลับเริ่มมีการนำกลับมาได้รับความนิยมจากการรื้อฟื้นความเป็นอัตลักษร์น่านของกลุ่มคนสร้างสรรค์ในจังหวัดน่าน
แสงแดดอ่อน ๆ กระทบเครื่องประดับเงินและการจัดวางองค์ประกอบแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในห้วงเวลาที่ความประณีตคือหัวใจหลักของชีวิต ทุกย่างก้าวของขบวนแห่คือการตอกย้ำว่าความเป็น 'น่าน' ไม่เคยขาดหายไปจากรากเหง้า แต่น่านกำลังร่ายรำไปสู่อนาคตด้วยความภาคภูมิใจในสิ่งที่บรรพบุรุษเคยฝากไว้ในภาพถ่ายใบเล็ก ๆ เหล่านั้น
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ภาพความงดงามที่ปรากฏตรงหน้า คือเบื้องหลังโครงสร้างการทำงานที่เปลี่ยน ‘ทุนทางวัฒนธรรม’ ให้กลายเป็น ‘มูลค่าทางเศรษฐกิจ’ ได้อย่างยั่งยืน การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของขบวนนางสาวน่านในปีนี้ เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ BOV Entertainment ที่เลือกวางเดิมพันกับรากเหง้าของเมือง โดยตัดสินใจส่งไม้ต่อให้ เดอะทรี ซัคเซส (The Tree Success) สตาร์ทอัพเลือดใหม่ในน่านที่นิยามตัวเองว่าเป็น ‘นักจัดการทุนทางวัฒนธรรม’ เข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบการเนรมิตขบวนทั้งหมด
เครดิตผู้สร้างสรรค์:
ผู้สนับสนุนหลัก: BOV Entertainment
ผู้บริหารจัดการขบวน: เดอะทรี ซัคเซส (The Tree Success) สตาร์ทอัพจัดการทุนวัฒนธรรมน่าน
"เมื่อธุรกิจมองเห็นความงามในรากเหง้า และคนรุ่นใหม่ใช้ปัญญาเป็นเครื่องมือ น่านจึงเติบโตได้อย่างสง่างามบนฐานที่แข็งแรงกว่าเดิม"