6 จำนวนผู้เข้าชม |
ท่ามกลางกลิ่นธูปและเสียงสวดมนต์ที่ปกคลุมลานพระธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งในเทศกาล ‘หกเป็ง’ กลิ่นหอมอีกชนิดหนึ่งที่ลอยมาแตะจมูกคือกลิ่นหอมของใบตองสด ที่ถูกกรีดและม้วนด้วยมือที่ช่ำชอง หาก 'ตาแหล๋ว' คือตาเหยี่ยวที่คอยเฝ้าระวังสิ่งชั่วร้ายอยู่ตามทางเข้าพิธี 'บายศรี' ก็คงเป็นดั่งบันไดแก้วที่ช่างฝีมือชาวน่านจงใจทอดวางไว้ เพื่ออัญเชิญเหล่าเทวดาและ 'ขวัญ' ให้ลงมาร่วมอนุโมทนาในงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี
สนามปะลองที่เงียบเชียบที่สุด
ในสนามประกวดบายศรีปีนี้ พื้นที่วงกลมเล็ก ๆ ของแต่ละทีมกลายเป็นโลกทั้งใบที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ที่ไร้เสียง มีเพียงเสียง ‘เปรี๊ยะ’ ของการฉีกใบตอง และเสียง 'ฉับ' ของกรรไกรที่ตัดแต่งส่วนเกิน
กติกาการประกวดในงานหกเป็งไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่มันคือการทดสอบ 'ความนิ่ง' ในสภาวะที่เวลากำลังบีบคั้น:
ความสม่ำเสมอของ ‘นิ้วบายศรี’: ในบายศรีทรงสูงหนึ่งต้น ประกอบด้วยนิ้วตองนับร้อยที่ต้องพับและเย็บด้วยความประณีต กรรมการจะมองหาความสม่ำเสมอราวกับออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน หากนิ้วใดนิ้วหนึ่งเอียง หรือมีรอยช้ำเพียงนิด คะแนนแห่งความเพียรจะถูกตัดทอนทันที
สถาปัตยกรรมแห่งความสมดุล: บายศรีชั้นสูงต้องตั้งตระหง่านอย่างมั่นคง ช่างต้องคำนวณน้ำหนักและการยึดโยงของ 'คอม้า' และตัวพานให้สมมาตร 360 องศา นี่คือวิศวกรรมที่ใช้เพียงไม้กลัดและด้ายเย็บเป็นตัวยึดเหนี่ยว
ความสดที่ต้องรักษา: ในอากาศที่เริ่มร้อนระอุของเดือนหกเหนือ การรักษาผิวใบตองไม่ให้เหี่ยวแห้งก่อนส่งงานคือโจทย์หิน ช่างต้องรู้จังหวะการพรมน้ำและการใช้มือสัมผัสตองให้น้อยที่สุด เพื่อให้ผลงานยังคงสีเขียวมรกตที่ดูราวกับมีชีวิตจนถึงนาทีสุดท้าย
เราเห็นภาพทีมช่างรุ่นใหญ่ที่ส่งสายตาให้กำลังใจช่างรุ่นลูกที่กำลังมือสั่นขณะปักดอกไม้ประดับ ภาพนี้เองที่ทำให้สนามประกวดกลายเป็น 'พื้นที่ส่งต่อลมหายใจ' ที่ไม่ต้องใช้คำพูดแม้แต่คำเดียว
จากวัสดุพื้นบ้าน สู่เครื่องประกอบเกียรติยศ
เช่นเดียวกับ 'ตาแหล๋ว' ที่ถูกยกระดับจากเครื่องรางปากหม้อยาสู่งานดีไซน์ บายศรีในงานประกวดนี้ก็กำลังก้าวผ่านจากการเป็นเพียงเครื่องบูชา ไปสู่งานประติมากรรมที่แสดงถึงรสนิยมและความเป็น Nan Creative City เราเริ่มเห็นการนำวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ ในท้องถิ่นมาสอดแทรก การจัดวางองค์ประกอบที่ดูร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงรักษา 'ราก' ของพุทธศิลป์น่านเอาไว้อย่างเหนียวแน่น บายศรีที่ได้รับรางวัลในวันนี้ จะไม่ได้เป็นเพียงผู้ชนะบนเวที แต่จะได้ทำหน้าที่สำคัญที่สุดคือการเป็นสื่อกลางส่งมอบคำอธิษฐานของคนน่านสู่สรวงสวรรค์ในคืนวันเพ็ญ
ศรัทธาที่ผลิบานในชั่วข้ามคืน ในวันที่งานหกเป็งจบลง บายศรีเหล่านี้อาจจะเหี่ยวแห้งไปตามกฎของธรรมชาติ แต่สิ่งที่ยังคง 'สด' อยู่เสมอ คือทักษะและความภูมิใจที่ถูกพับเก็บไว้ในปลายนิ้วของช่างชาวน่านทุกคน เพื่อรอวันที่จะกลับมาเบ่งบานอีกครั้งในปีหน้า