81 จำนวนผู้เข้าชม |
วันเด็กที่วัดดอนมูล เมื่อวัฒนธรรมขยับลงมาอยู่ระดับสายตาและสองมือเล็กๆ
เช้าวันนั้นผมเริ่มต้นด้วยไมค์หนึ่งตัวกับสคริปต์ไม่กี่บรรทัด ส่วนที่เหลือคือ “สถานการณ์จริง” ของงานวันเด็กที่ไม่มีทางเรียบง่ายเหมือนบนแผ่นกระดาษ ทันทีที่เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ เริ่มดังขึ้นในศาลา พรมแดงหน้าเวทีก็ค่อยๆ กลายเป็นรันเวย์แห่งความตื่นเต้น เด็กบางคนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่มุ่งมั่นลุ้นของรางวัล ขณะที่บางคนตรงดิ่งไปที่โต๊ะกิจกรรมเหมือนมีเป้าหมายชัดเจนว่า วันนี้จะ “ระบายสี” หรือ “ปั้นดินเบา” ให้สุดฝีมือ
งานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ณ ลานกิจกรรมวัดดอนมูล ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสุข มีทั้งเกมสนุก อาหาร ขนม และเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน แต่สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่ารางวัลใหญ่ คือ “รายละเอียดเล็กๆ” ที่พาวัฒนธรรมน่านมาอยู่ใกล้ตัวเด็กๆ ในแบบที่สนุกจนลืมไปว่ากำลังเรียนรู้อยู่
บนเวทีคือเสียงประกาศ ข้างล่างคือ “สีสัน” ของงาน
ในฐานะผู้ดำเนินรายการที่คอยชวนเด็กๆ พูดคุยผ่านไมค์ เราจะมองเห็นภาพสองด้านขนานกันไปเสมอภาพแรก คือแถวของเด็กๆ ที่ยืนรอหน้าเวทีด้วยดวงตาเป็นประกาย จ้องมอง “วงล้อเสี่ยงโชค” อย่างใจจดใจจ่อเพื่อลุ้นรางวัลใหญ่ และถาพโต๊ะกิจกรรมยาวๆ ที่มีคนล้อมแน่น ผู้ปกครองก้มลงช่วยลูกหลานอย่างใกล้ชิด เด็กๆ ก้มหน้าก้มตาทำงานศิลปะตรงหน้าอย่างจริงจัง
งานวันเด็กที่ดีอาจไม่ได้วัดแค่เสียงหัวเราะที่ดังที่สุด แต่ยังวัดได้จากจังหวะที่เด็กๆ “เงียบ” เพราะกำลังตั้งใจทำอะไรบางอย่างด้วยสมาธิ และวันนั้นเราพบจังหวะแบบนั้นอยู่เต็มพื้นที่งาน
โต๊ะระบายสีที่ไม่ต้องเรียงให้สวย แค่ได้ “จม” อยู่กับจินตนาการ
หลายคนอาจคิดว่าโต๊ะระบายสีที่ดีต้องเป็นระเบียบ แต่ในความเป็นจริง สีไม้ที่กระจายอยู่บนโต๊ะ กระดาษที่ซ้อนเป็นกองเล็กๆ รอยขีด รอยลบ และการแบ่งปันสีกันอย่างน่ารักนั่นแหละคือเสน่ห์ที่แท้จริง
กิจกรรมระบายสีครั้งนี้ไม่ได้ใช้ภาพทั่วไป แต่ใช้ ภาพลายเส้นที่ต่อยอดจากจิตรกรรมของหนานบัวผัน ศิลปินเอกของน่าน ผู้วาดภาพปู่ม่าน ย่าม่าน กระซิบรักบรรลือโลก ที่วัดภูมินทร์ เพื่อให้เด็กๆ ได้คุ้นเคยกับเส้นสายและเรื่องเล่าทางศิลปะผ่านการเลือกใช้สีในแบบของตนเอง
“การอนุรักษ์ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการอธิบายยาวๆ แค่ทำให้เด็กคุ้นตาและอยากมองซ้ำ พวกเขาก็จะเริ่มเดินเข้าหาวัฒนธรรมด้วยตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ”
พุทธศิลป์น่านที่จับต้องได้ ในมือเล็กๆ ตรงหน้า
อีกมุมหนึ่งที่คึกคักไม่แพ้กันคือ เวิร์กช็อปเรียนรู้ทักษะต่อยอดงานปูนปั้นพุทธศิลป์น่านสร้างสรรค์ ผ่านการ “ปั้นดินเบา” โดยวิทยากรจาก บ้านศิลปะฮิมน่าน
โต๊ะกิจกรรมนี้มีพลังของการ “ค่อยๆ ทำ” เด็กๆ นวดดิน กด แปะ และเก็บรายละเอียดอย่างอดทน บางคนพลาดก็เริ่มใหม่โดยมีผู้ปกครองช่วยหยิบจับ กลายเป็นภาพกิจกรรมที่คนทั้งบ้านมานั่งสร้างงานชิ้นเดียวกัน กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นว่างานช่างพุทธศิลป์น่านไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันเริ่มได้จากสองมือและสมาธิที่แน่วแน่
วงล้อเสี่ยงโชค ความตื่นเต้นที่เป็นพลังร่วมของทั้งห้อง
เมื่อถึงเวลาแจกของรางวัล แถวเด็กๆ จะยาวขึ้นทันที การย่อตัวลงคุยให้เท่าระดับสายตาเด็กๆ ทำให้เราเห็นความเขินอายและความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด วงล้อเสี่ยงโชคกลายเป็นเครื่องมือที่สร้างเสียงหัวเราะพร้อมกันทั้งศาลา และสอนเรื่องการรอคิวแบบธรรมชาติที่สุด โดยไม่ต้องมีคำพูดสอนระเบียบวินัยมากมาย แค่มีพื้นที่ให้ได้รอ ได้ลุ้น และได้ยินเสียงเพื่อนดีใจ เด็กๆ ก็ซึมซับสิ่งเหล่านั้นไปเอง
วันเด็กที่ปลูก “เมล็ดพันธุ์” ลงในรากเหง้า
ตลอดทั้งวัน ภาพความสนุกบนเวทีและภาพความตั้งใจที่โต๊ะกิจกรรมยืนยันกับเราว่า วันเด็กปีนี้มีความหมายซ่อนอยู่ในมือของเด็กทุกคนเด็กที่ระบายสีลายเส้นจิตรกรรมในวันนี้ วันหนึ่งเมื่อเขาเข้าวัด เขาจะมองภาพบนผนังด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเด็กที่ปั้นดินเบาในวันนี้ วันหนึ่งเขาจะรู้สึกว่างานช่างน่านคือสิ่งที่เขาสัมผัสได้และอยากลองทำอีกครั้ง
การอนุรักษ์รากเหง้าวัฒนธรรมอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำว่า “ต้องรัก” แต่อาจเริ่มจากการทำให้เด็กได้ “เล่น” กับมันก่อนอย่างอบอุ่น เหมือนที่เกิดขึ้นในวันเด็กปีนี้ ณ วัดดอนมูล