Nan Creative City กระชับความร่วมมือเมืองสร้างสรรค์ที่จินจู

18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Nan Creative City กระชับความร่วมมือเมืองสร้างสรรค์ที่จินจู

Nan Creative City กระชับความร่วมมือเมืองสร้างสรรค์ที่จินจู
เมื่อเมืองสร้างสรรค์สองเมืองได้พบกัน การแลกเปลี่ยนไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับนโยบายหรือพิธีการ แต่คือการมองเห็นว่าเมืองหนึ่งออกแบบพื้นที่เรียนรู้อย่างไร ส่งต่อความรู้ของช่างฝีมืออย่างไร และทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นกลายเป็นพลังระยะยาวของการพัฒนาเมืองได้อย่างไร

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 คณะผู้แทนจาก จังหวัดน่าน ได้เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและ International Academic Forum ณ เมืองจินจู สาธารณรัฐเกาหลี คณะผู้แทนน่านนำโดยคุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ดร.พิมลพรรณ สกิดรัม ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนน่าน และ Focal Point ของ จังหวัดน่าน, รศ.ดร.วิติยา ปิดตังนาโพธิ์ Deputy Director of UCCN for Craft and Folk Art พร้อมด้วยผู้แทนจากจังหวัดน่าน

การเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ โดยเฉพาะด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งเป็นสาขาที่น่านได้รับการประกาศเป็นสมาชิก UNESCO Creative Cities Network ในปี 2568 ขณะเดียวกัน เมืองจินจูก็อยู่ในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ในสาขาเดียวกัน จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้จากอีกเมืองหนึ่งที่เชื่อมโยงงานหัตถกรรม การศึกษา วัฒนธรรม และการพัฒนาเมืองเข้าด้วยกัน

หัตถกรรมในฐานะระบบการเรียนรู้สาธารณะ
หนึ่งในพื้นที่สำคัญที่คณะผู้แทนน่านได้เยี่ยมชมคือ Jinju Wood Craft Center ศูนย์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงงานไม้ แต่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ความรู้จากช่างฝีมือและผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นถูกส่งต่อไปยังสาธารณะ

สิ่งที่น่าสนใจคือการออกแบบหลักสูตรที่ยืดหยุ่น ตั้งแต่หลักสูตรสั้นประมาณ 2 ชั่วโมง ไปจนถึงหลักสูตรระยะยาวราว 3 เดือน ตามลักษณะและความซับซ้อนของชิ้นงาน วิธีคิดเช่นนี้ทำให้งานหัตถกรรมไม่ถูกจำกัดอยู่ในพิพิธภัณฑ์หรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่กลายเป็นทักษะที่คนทั่วไปสามารถทดลอง ฝึกฝน และเข้าใจผ่านประสบการณ์ตรง

สำหรับน่าน ประเด็นนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะระบบนิเวศงานหัตถกรรมของน่านมีทั้งผ้า เครื่องเงิน เครื่องจักสาน งานไม้ งานกระดาษ วัสดุท้องถิ่น เรื่องเล่าชุมชน และช่างฝีมือต่างรุ่น การออกแบบพื้นที่เรียนรู้ที่เข้าถึงง่ายอาจเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่จะทำให้ทุนวัฒนธรรมเหล่านี้ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในชีวิตร่วมสมัย

ศิลปะ เยาวชน และ AI ในพื้นที่เรียนรู้เมือง
คณะผู้แทนยังได้เยี่ยมชม Art Education Center ซึ่งสะท้อนให้เห็นบทบาทของศิลปะและการศึกษาในการพัฒนาเยาวชน เมืองจินจูไม่ได้มองการเรียนรู้ศิลปะเป็นกิจกรรมเสริมเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจวัฒนธรรมของเมือง และสามารถเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีร่วมสมัย เช่น AI ได้

แนวทางนี้ชวนให้เห็นว่า เมืองสร้างสรรค์ไม่ได้หมายถึงเมืองที่มีงานเทศกาลหรือกิจกรรมจำนวนมากเท่านั้น แต่หมายถึงเมืองที่สร้างระบบให้คนเรียนรู้ สร้างสรรค์ ทดลอง และต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับ จังหวัดน่าน คำถามที่น่าสนใจคือ จะออกแบบพื้นที่เรียนรู้ของน่านให้เชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่น เยาวชน และเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างไร โดยไม่ทำให้รากวัฒนธรรมถูกลดทอนลง

จากประวัติศาสตร์เมืองสู่พลังผู้ประกอบการ
อีกหนึ่งจุดเรียนรู้ในการเดินทางครั้งนี้คือหมู่บ้านประวัติศาสตร์ในเมืองจินจูที่เกี่ยวข้องกับตระกูลของบริษัทขนาดใหญ่ของเกาหลี เช่น LG และ Samsung พื้นที่แห่งนี้ทำให้เห็นว่า การศึกษา ชุมชน วัฒนธรรม และจิตวิญญาณผู้ประกอบการสามารถเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าเมืองเดียวกันได้

ประเด็นนี้มีความหมายต่อเมืองสร้างสรรค์ เพราะการพัฒนาเมืองไม่ได้เกิดจากวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว และไม่ได้เกิดจากเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำให้ทุนเดิมของเมืองสามารถเปิดโอกาสใหม่ให้คนในเมืองได้

สำหรับน่าน ทุนเดิมเหล่านี้อาจอยู่ในรูปของงานฝีมือ ชุมชน ความทรงจำ วัสดุท้องถิ่น พื้นที่เรียนรู้ ร้านเล็ก ๆ นักออกแบบรุ่นใหม่ หรือช่างฝีมือที่สั่งสมประสบการณ์มานาน หากเมืองสามารถเชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้เข้ากับการเรียนรู้และการประกอบการได้ ก็อาจเกิดเส้นทางใหม่ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยังยึดโยงกับรากของพื้นที่

ความร่วมมือระหว่างน่านและจินจู
หลังการศึกษาดูงาน คณะผู้แทนน่านได้พบปะกับผู้แทนเมืองจินจูเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในอนาคต โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านหัตถกรรม ศิลปะพื้นบ้าน การศึกษา การพัฒนาเยาวชน เทคโนโลยีสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจวัฒนธรรม

การหารือครั้งนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งของ จังหวัดน่าน ในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ ไม่ใช่เพียงเพื่อแลกเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเมือง แต่เพื่อเรียนรู้ระบบ วิธีคิด และเครื่องมือที่แต่ละเมืองใช้ในการทำให้วัฒนธรรมมีบทบาทต่ออนาคตของเมือง

บทเรียนที่น่านนำกลับมา
International Academic Forum และการศึกษาดูงานที่เมืองจินจูทำให้น่านได้เห็นว่า เมืองสร้างสรรค์สามารถเชื่อมโยงงานหัตถกรรม ศิลปะพื้นบ้าน การศึกษา เทคโนโลยี และการพัฒนาเมืองเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ

สำหรับจังหวัดน่าน บทเรียนจากจินจูไม่ใช่ต้นแบบที่ต้องลอกเลียนโดยตรง แต่เป็นกรณีศึกษาที่ช่วยให้มองกลับมายังบริบทของน่านว่า เราจะสร้างพื้นที่เรียนรู้จากงานฝีมือของเราเองได้อย่างไร จะเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างไร และจะใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนระบบนิเวศสร้างสรรค์ของเมืองให้เติบโตได้อย่างไร

ท้ายที่สุด เมืองสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากสถานะหรือชื่อเรียกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำให้ผู้คน ความรู้ พื้นที่ และวัฒนธรรมของเมืองยังคงทำงานร่วมกันอยู่เสมอ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้